Thursday, February 11, 2010

ชำเลืองใต้เงาโดม ตอนที่ ๔ - กล่องเปล่า

หลายๆ คนอาจจะมีความทรงจำดีดีที่เก็บเอาไว้แล้วไม่อยากเปิดมันออกมาอีก ด้วยเหตุที่ว่าตอนจบของมันดีอยู่แล้ว หรือ อยากหยุดเอาเพียงแค่นั้น ถึงแม้ระยะเวลาผ่านพ้นไปเพียงใด แต่เชื่อได้ว่าความทรงจำดีดีของทุกคนยังมีอยู่
เรื่องเล่ามีอยู่ว่า วันหนึ่ง เด็กชายได้ค้นพบกล่องใบเก่าที่เก็บความทรงจำวัยหนุ่มของคุณปู่ของเขา กล่องได้เก็บจดหมายจำนวนมากมายและมีอีกกล่องเป็นเพียงกล่องใส่แหวนใบเล็กที่ว่างเปล่า เด็กชายเริ่มต้นอ่านจดหมายเก่าๆ จำนวนมากเหล่านั้น จดหมายได้บรรยายความรู้สึกที่คุณปู่แสดงความรักต่อเพื่อนหญิงคนหนึ่ง เด็กน้อยประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ที่พรรณนาเอาไว้ด้วยกันจนเป็นเรื่องราวสมัยก่อน เรื่องราวที่ถ่ายทอดอารมณ์ เรื่องราวที่แสดงถึงความรู้สึกมากมาย
“ วันที่ ๘ ธันวา วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะมีแรงจูงใจอะไรบางอย่าง เมื่อมีความรู้สึกดีกับใครบางคนมันทำให้เราทำอะไรได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย.....”
“วันที่ ๒๖ ธันวา วันนี้ไม่รู้เกิดอะไร เธอร้องไห้ตาปูดเลย (สงสัยมาสคาล่าไหลย้อยแหงๆ) ความรู้สึกเธอคงถูกทำร้าย เป็นโอกาสดีที่ได้ดูแลแล้ว”
“วันที่ ๔ มีนา หาซื้อดอกไม้ให้เธอบ้าง เธอชอบดอกสีขาว(เดาเอา)”
“ วันที่ ๑๒ มีนา ดูท่าเธอจะเหนื่อยจากงานแน่ๆ อย่าลืมถามว่าวันนี้เหนื่อยรึเปล่า”
“วันที่ ๓ เมษา วันนี้ไม่รู้ไปโกรธใครมา (อย่าลืมเข้าข้างเธอละ ทำไปเถอะ) “
“วันที่ ๑๐ เมษา วันนี้เธอบ่นว่าปวดแขน อย่าลืมไปนวดแขนให้ละจะได้แต้ะอั๋งซะ ยังดีซะกว่าเพื่อนเราบางคนต้องไปนวดตีน เหอะๆ”
“วันที่ ๑ พฤษภา ไปต่างจังหวัด ไม่ได้อยู่ดูแลที่รักเลย ก่อนกลับอย่าลืมถามว่าที่รักอยากได้อะไรบ้าง”
“วันที่ ๑๙ มิถุนา ๒๕๕๑ (อยาก) กอดเธอวันละหนึ่งครั้ง (อยาก) บอกรักเธอทุกวัน”

เด็กน้อยเผลอหลับไปในช่วงเวลานั้นเอง...... รุ่งเช้าวันต่อมาหลานชายตื่นขึ้นมาด้วยความฉงนสงสัยยิ่งนักว่าทำไมจดหมายจึงเขียนมาถึงปัจจุบัน หลายชายตามหาคุณปู่ เช้าวันนี้คุณปู่นั่งเล่นอยู่ที่สวนหลังบ้าน หลานชายเข้ามานั่งใกล้ๆแล้วถามขึ้นว่า “คุณปู่เล่าเรื่องคนรักที่อยู่ในกล่องนั้นให้ผมฟังหน่อยจิ”

ปู่ยิ้มแล้วตอบว่า”เอากล่องใบใหญ่ หรือ กล่องแหวนใบเล็ก” คำถามดังกล่าวทำให้หลานชายงง หลายชายตอบกลับไปว่า “งั้นเอากล่องใบเล็กก่อน” ปู่จึงเริ่มเล่าให้ฟังว่า “สมัยที่ยังหนุ่มอยู่นั้นได้ชอบหญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ชอบเธอมานานแล้วและได้ใช้เวลาดูแลเธออย่างที่ความทรงจำดีดีไม่เคยลืมเลือน ด้วยความอ่อนหวานได้ขัดเกลาความแข็งกระด้างในจิตใจ ด้วยรอยยิ้มได้เจือจางความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน เป็นระยะเวลานานพอสมควรที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนสิ่งดีดี มิตรภาพยั่งยืนยิ่งกว่าสิ่งใดแต่ก็ไม่เคยได้เอ่ยปากบอกความจริงใดๆ จนมาถึงวันหนึ่งวันที่เธอจะต้องจากลาไปยังที่อื่น ที่ที่ห่างไกลกัน เธอต้องไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่ของเธอจัดไว้เป็นคู่หมั้น วันนั้นปู่ได้ตัดสินใจหยิบเอากล่องแหวนดังกล่าวไปด้วย ไปหาเธอ ไปเพื่อบอกความในใจ เมื่อพบเธอคนนั้นต่างฝ่ายต่างมองตากัน บางครั้งภาษาไม่ได้สื่อสารกันทางคำพูดแต่ด้วยกริยา ปู่หยิบเอากล่องดังกล่าวขึ้นมาแล้วเปิดกล่องดังกล่าวออก กล่องใบเล็กดังกล่าวเป็นเพียงแค่กล่องเปล่า

ชายหนุ่มวันนั้นได้เอ่ยปากกับหญิงสาวเพียงว่า
“วันนี้ฉันไม่มีอะไรจะให้เธอ ฉันมีเพียงแค่กล่องใส่แหวน แต่ฉันไม่มีเงินพอจะซื้อแหวนให้เธอหรอก เธอรับไปเถอะ............................................................”
หญิงสาวยิ้มแล้วยื่นมือมาที่ชายหนุ่ม “สวมให้ฉันสิ......................(หญิงสาวนิ่งเงียบ)................................. สวมแหวนสูญากาศให้ฉันเถอะ” หญิงสาวยิ้มด้วยความยินดีถึงแม้ในกล่องแหวนจะว่างเปล่า ชายหนุ่มดีใจยิ่งนัก ยื่นมือไปหยิบแหวนที่อยู่ในจินตนาการของทั้งสองขึ้นมาและสวมไปที่นิ้วนางของหญิงสาว” หลังจากนั้นปู่ก็ไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มเท่านั้น
หลานชายถามต่อไปว่า “แล้วกล่องใบใหญ่ละครับ” ปู่หัวเราะและตอบว่า “ความจริงทั้งกล่องใบใหญ่และกล่องใบเล็กไม่ได้ต่างกัน ทั้งคู่เป็นเพียงจินตนาการ”
ทั้งคนที่ผิดหวังและสมหวังต่างก็ทำสิ่งดีดีเพื่อคนที่ตัวเองรัก แล้วทำไมเราจะต้องหยุดทำด้วยล่ะครับ...........


(เรื่องนี้ผมคิดเอง แต่ดัดแปลงจากบทละครญี่ปุ่นเรื่อง Always sunshine)
ภูมินทร์ บุตรอินทร์

1 comment:

S.MD said...

โอ้โฮ้!! อาจารย์นี่ไปเป็นนักเขียนนิยาย
ได้สบายๆๆเลยนะค๊ะเนี่ย

หนูชอบนะคะ คำว่าจินตนาการเนี่ย เหมือนกับคำที่ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" (ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ย??อิอิ แต่ชอบคำนี้น่ะค่ะ)^^