Tuesday, February 2, 2010

ทุนเรียนต่อกฎหมายในเยอรมนี ง่ายนิดเดียว- ประสบการณ์ตรงของคนได้ทุน

พอดีผมได้รับความช่วยเหลือจากน้องฝ้ายคนเก่งของเรานะครับ (ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่ได้ทุนรัฐบาลเยอรมัน)ฝากข้อความมีประโยชน์นี้มาให้เผยแพร่กับคนที่มีความพยายามจะไปเรียนต่อต่างประเทศ (แต่ต้องพยายาม)ดังนี้ครับ

ทุนรัฐบาลเยอรมนี
Study Scholarship for Law Students
สำหรับทุนเรียนต่อกฎหมายระดับปริญญาโทในประเทศทางยุโรป ทุนรัฐบาลเยอรมนีเป็นอีกทุนหนึ่งที่หยิบยื่นโอกาสเรียนต่อต่างแดนที่ “ไม่ไกลเกินเอื้อม” เนื่องจากคู่แข่งยังน้อยมากค่ะถ้าเทียบกับทุนอื่นๆ โอกาสนี้สำหรับนักศึกษาที่สนใจเรียนกฎหมายที่ประเทศเยอรมนีเป็นภาษาเยอรมันในสาขาที่นักศึกษาสนใจ (ไม่จำกัด) และเป็นทุนที่ไม่มีข้อผูกมัดให้ต้องใช้ทุนในภายหลังอีกด้วย
ข้อดีอีกประการของทุนนี้คือ มีหน่วยงานที่เรียกว่า “DAAD Information Center Bangkok” คอยช่วยเหลือผู้ที่สนใจศึกษาต่อประเทศเยอรมนี เนื่องจากในการหาข้อมูลต่างๆ ในเวปไซต์ยังมีอุปสรรคทางด้านภาษา เพราะข้อมูลที่สำคัญส่วนใหญ่ถูกจัดไว้เป็นภาษาเยอรมัน ทำให้หน่วยงานนี้มีบทบาทในการให้คำแนะนำในการขอทุน และช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอทุนเป็นอย่างมากค่ะ และเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างดีเป็นพิเศษกับผู้ที่สนใจจริงและมีการเตรียมตัวในการถาม และมีการศึกษาข้อมูลพื้นฐานที่ควรทราบมาก่อนค่ะ
ผู้สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเวปไซต์ได้ที่ www.daad.or.th
ที่ตั้ง 18/1 ซอยเกอเธ่ ถนน สาธรซอย 1 กรุงเทพ 10120
เบอร์โทรติดต่อ 02 286 8708-9

“Study Scholarship for Law Students” เป็นโปรแกรมทุนหนึ่งในอีกหลายๆ โปรแกรมทุนรัฐบาลเยอรมนี ที่แยกออกมาสำหรับนักกฎหมายโดยเฉพาะ และจัดไว้สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
• จบการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์
>>น้องๆ ที่อยู่ในระหว่างการศึกษาระดับปริญญาตรีเทอมสุดท้ายก็ลองยื่นขอทุนได้ค่ะ

• มีผลการเรียนดี (ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้)
>>สำหรับข้อนี้เป็นเพียงคุณสมบัติอย่างหนึ่ง ถ้าให้เทียบกับข้ออื่นๆ แล้วมีความสำคัญไม่มากค่ะ

• ไม่เคยอยู่ในประเทศเยอรมนีมากกว่าหนึ่งปี

• มีความรู้ภาษาเยอรมันดี และมีผลการสอบภาษาเยอรมันที่เรียกว่า Zertifikat Deutsch (ZD) ในระดับพอใช้ถึงดีมาก

>>สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ภาษาเยอรมันเลย ข้อนี้อาจเป็นอุปสรรค แต่ก็เป็นอุปสรรคเล็กๆ ค่ะ เพราะสามารถวางแผนการเรียนภาษาก่อนการขอทุนล่วงหน้าได้ ใช้เวลาโดยประมาณหกเดือนก็สอบ ZD ได้แล้วค่ะ


ส่วนผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ถือว่าได้เปรียบ (เท่านั้น) ค่ะ

• จบการศึกษาระดับเกียรตินิยม

• เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่ง

• มีผลงานทางวิชาการ

• มีเหตุผลส่วนตัวที่จะไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีมีน้ำหนักและน่าสนใจ (วัตถุประสงค์ของผู้ให้ทุน คือ ต้องการให้ผู้ได้รับทุนที่ทำงานในแวดวงวิชาการอยู่แล้ว หรือมีแนวโน้มในอนาคตที่จะทำงานทางด้านวิชาการโดยเฉพาะงานอาจารย์ ได้ไปศึกษาที่ประเทศเยอรมันและกลับมาส่งต่อความรู้ที่ร่ำเรียนมาให้กับประเทศบ้านเกิดค่ะ)

• ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนีแล้วหรือมีเอกสารยืนยันจากมหาวิทยาลัยว่าเราเป็นผู้มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเรียนต่อระดับปริญญาโท (Magister)


>>ข้อนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า คุณสมบัติของนักศึกษาต่างชาติที่จะมีสิทธิเข้าเรียนกฎหมายเป็นภาษาเยอรมันในมหาวิทยาลัยได้ต้องมีผลสอบภาษาเยอรมันที่เรียกว่า Testdaf ในระดับสี่ขึ้นไป หรือ DSH ในระดับสองขึ้นไป แต่ปัญหาในทางปฏิบัติคือ ผู้สมัครทุนยังไม่มีผลสอบนี้ ดังนั้นในการติดต่อกับมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะขอเอกสารยืนยันว่ามหาวิทยาลัยมีแนวโน้มรับเราเป็นนักศึกษาในปีการศึกษาปีถัดไปนั้น เราจึงต้องแจ้งข้อเท็จจริงให้ทางมหาวิทยาลัยทราบชัดเจนว่า ต้องการเอกสารยืนยันลักษณะดังกล่าวเพื่อใช้ในการขอทุนค่ะ หากได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยไม่ทันกำหนดยื่นขอทุนก็ไม่เป็นไรค่ะ เอกสารนี้เป็นตัวสร้างความเชื่อมันให้กับผู้ให้ทุนเท่านั้น ว่าเรามีความพร้อมและมีความตั้งใจจริงที่จะไปศึกษาที่เยอรมนีอย่างไร) ในการติดต่อกับมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องใช้เอกสารพื้นฐานต่างๆเช่นเดียวกับ ผู้ที่จะสมัครเรียนค่ะ


การเตรียมเอกสาร

ตามหน้าเวปไซต์จะปรากฏใบปะหน้าเอกสารที่ยื่นตามตารางนี้ค่ะ แต่สำหรับทุนโปรแกรมนี้ไม่ต้องใช้ทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในตารางค่ะ

1. Application form with photo (download from www.bangkok.diplo.de) 4 copies
2. Biography – handwritten (as an essay) 1 copy
3. Biography – typed 4 copies
4. Study- or research plan 4 copies
5. High School transcript of records – certified by the official authority 4 copies
6. B.A. or B.Sc. certificate and transcript of records – certified by the official authority 4 copies
7. M.A. or M.Sc. certificate and transcript of records – certified by the official authority 4 copies
8. German language certificate 4 copies
9. Confirmation of employment and approval of application by employing agency 4 copies
10. Two letters of recommendation (two persons), 4 copies/person 4 copies
11. Document of acceptance from a Professor at a German university 4 copies
12. For applicants from the field of medicine ‘only’:
M.D. certificate with Medical Registration (approbation) and certificate of proficiency, D.D.S. or D.V.M. certificate with Medical Registration (approbation) and transcript of records – certified by the official authority 4 copies

หมายเหตุ
• ข้อ 4, 7 และ 12 ไม่ต้องใช้ค่ะ
• ข้อ 2 และ 3 ต่างกันที่พิมพ์กับเขียนค่ะ แต่อาจทำข้อ 3 เป็นลักษณะของเรซูเม่ก็ดูง่ายและน่าสนใจค่ะ

>>ในที่นี้ไม่มีระบุว่าต้องใช้ Statement of Purpose ไว้ค่ะ แต่ควรยื่นไปด้วย แทนเอกสารในข้อ 4 ความยาวประมาณหนึ่งถึงสองหน้ากระดาษค่ะ
เอกสารเหล่านี้ทำเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่จะดีมากกว่าถ้าทำเป็นภาษาเยอรมัน

• ข้อ 8 อย่างต่ำคือ ผลสอบ ZD
• ข้อ 9 ใช้ในกรณี ถ้ามี
• ข้อ 11 ไม่ต้องใช้ค่ะ ถ้าเป็นไปได้ ใช้เอกสารยืนยันจากทางมหาวิทยาลัยตามที่อธิบายไปข้างต้นค่ะ
• เอกสารเกี่ยวกับการเรียนต่างๆ ต้องนำไปให้สถานทูตเยอรมันรับรองก่อนด้วย ดังนั้นต้องเผื่อเวลาให้ดีในการเตรียมเอกสารด้วยค่ะ ระยะเวลาในการรับรองขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการทางสถานทูตด้วย แต่ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ค่ะ ถ้าโชคดีก็รอรับได้เลย
• เอกสารทั้งหมดเมื่อพร้อมแล้วยื่นกับทางสถานทูตโดยตรงหรือ ยื่นกับทาง DAAD ได้เช่นกันค่ะ


ผู้รับทุนถือสิทธิดังนี้

• คอร์สเรียนภาษาในประเทศเยอรมนีระยะเวลาประมาณหกเดือน

>>เป็นระยะเวลาที่สั้นสำหรับการเตรียมตัวสอบภาษาในระดับที่มหาวิทยาลัยต้องการค่ะ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรเรียนมาจากประเทศให้มากที่สุด

• ค่าธรรมเนียมการศึกษาของมหาวิทยาลัยประมาณเทอมละ 500 ยูโร ได้รับการยกเว้น

>> โปรแกรมที่มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า 600 ยูโร ทุนนี้ไม่ครอบคลุมค่ะ

• ประกันสุขภาพ

>>นักศึกษาทุกคนถูกบังคับให้ต้องมีประกันสุขภาพค่ะ ภาระตรงนี้ทุนก็ดูแลให้เรา

• ค่าใช้จ่ายรายเดือน 410 ยูโรในช่วงเรียนภาษา และ 750 เมื่อเป็นนักศึกษาแล้ว

>> เงินจำนวนนี้เพียงพอในการใช้ชีวิตแบบนักเรียนที่เยอรมนีค่ะ

• ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 460 ยูโรต่อปี

>> สำหรับซื้อหนังสือ และอื่นๆ

• ค่าเดินทางไปกลับไทย-เยอรมนี

>> หนึ่งรอบเท่านั้นค่ะ


คำแนะนำทั่วๆไป

• มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เยอรมนีได้ชื่อว่าได้มาตรฐานเท่าเทียมกันค่ะ ดังนั้นในการเลือกมหาวิทยาลัยจึงเลือกจากความสนใจตรงกันระหว่างโปรเฟสเซอร์กับนักศึกษาเองค่ะ นอกจากนั้นอาจคำนึงจากความชอบส่วนตัว และค่าครองชีพของแต่ละเมืองค่ะ

• ในระหว่างการเรียนภาษาช่วงปลายๆ เราต้องเตรียมเอกสารสำหรับสมัครมหาวิทยาลัยอย่างต่ำๆ ก็สี่มหาวิทยาลัยค่ะ ดังนั้นหากเราเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสารที่ต้องรับรองจากทางสถานทูตมาจากเมืองไทยเลยก็จะเป็นการประหยัดเวลาและสตางค์ได้มาก เนื่องจากที่ไทยรับรองให้นักศึกษาฟรีค่ะ


• น้องๆ หรือพี่ๆ ที่สนใจและต้องการข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมติดต่อฝ้ายได้ค่ะ polyesfai@hotmail.com ยินดีเสมอค่ะ

2 commentaires:

Bomb said...

น่าไปจังเลย อิอิ

Jimenez Ivy said...

อยากไปจัง